การพยาบาลทารกคลอดก่อนกำหนด

 

1.  การควบคุมอุณหภูมิของร่างกายให้อยู่ในระดับปกติ (36.5 – 37.5 °C)

  • ศูนย์ควบคุมความร้อนในสมองส่วน  Hypothalamus ยังทำหน้าที่ไม่สมบูรณ์
  • พื้นที่ผิวของร่างกายมากเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัว, ไขมันใต้ผิวหนังมีน้อย ทำให้สูญเสียความร้อนออกจากร่างกายได้ง่าย
  • ร่างกายผลิตความร้อนได้น้อย จากไขมันสีน้ำตาล (Brown fat) มีน้อย พัฒนาการกล้ามเนื้อไม่ดีจึงมีการเคลื่อนไหวน้อย  การสะสมของไกลโคเจนที่ตับน้อย ไม่มีการสั่นของกล้ามเนื้อ (shivering)
  • ต่อมเหงื่อไม่เจริญจึงระบายความร้อนออกทางผิวหนังไม่ได้
  • การมีอุณหภูมิร่างกายต่ำมากๆ “Cold stress”  จะทำให้ เกิดภาวะแทรกซ้อน ที่สำคัญ ได้แก่  Hypoxia, Hypoglycemia, Metabolic  acidosis, PFC, Right to left  shunt, Intraventricular hemorrhage (IVH) เป็นต้น

 

การพยาบาล

  1. จัดให้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีอุณหภูมิที่ทำให้ทารกมีการใช้ออกซิเจนและสารอาหารน้อยที่สุดโดยที่อุณหภูมิของร่างกายไม่เปลี่ยนแปลง (Neutral thermal environment, NTE) เช่น ให้อยู่ในตู้อบ (incubator)  การใช้เครื่องให้รังสีความอบอุ่น (Radiant heat warmer)
  2. ป้องกันการสูญเสียความร้อนออกจากร่างกายทั้งโดยการนำ, การพาความร้อนการแผ่รังสีและการระเหย
  3. ประเมินอุณหภูมิร่างกายตามอาการของทารก พร้อมทั้งสังเกตอาการทางคลินิกของการมีอุณหภูมิร่างกายต่ำหรือสูงกว่าปกติ เช่น มีเขียวตามปลายมือปลายเท้า เมื่อทารกมีภาวะ Hypothermia หรือ สีผิวแดงร้อน หายใจเร็วเมื่อทารกมีภาวะ Hyperthermia

 

2.  การดูแลด้านการหายใจให้ได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ

  1. ทารกเกิดก่อนกำหนดมีความไม่สมบูรณ์ของการหายใจจาก
    1. ศูนย์ควบคุมการหายใจใน medulla ยังไม่เจริญเต็มที่  กล้ามเนื้อช่วยการหายใจไม่สมบูรณ์ทำให้เกิด  periodic breathing หายใจเร็วตื้นไม่สม่ำเสมอ กลั้นหายใจบ่อย
    2. Apnea : กลั้นหายใจเกิน 20 วินาที หัวใจเต้นช้าลง เขียว มักจะเกิดในระยะหลับ ชนิด Rapid Eye movement หรือ  Active sleep
    3. ปอดพัฒนาไม่เต็มที่ เส้นเลือดฝอยมีน้อย  Surfactant ยังสร้างไม่สมบูรณ์    ทำให้ถุงลมขยายตัวได้น้อยและช้า เมื่อหายใจเข้า แฟบได้ง่ายเมื่อหายใจออก มีอาการหายใจลำบาก
  2. ฮีโมโกลบินของทารกเป็น Hb-F ซึ่งรับออกซิเจนได้ดี แต่ปล่อยให้เซลได้น้อย
  3. รีเฟล็กซ์เกี่ยวกับการไอมีน้อย  และหายใจทางปากยังไม่ได้

 

     การพยาบาล

  1. ประเมินการหายใจ  อัตรา   การใช้แรง retraction   สีผิว  ปีกจมูก และการกลั้นหายใจ  บ่อยครั้งตามอาการของทารก
  2. ดูแลทางเดินหายใจให้โล่ง ดูดเสมหะ (ถ้ามี)  จัดท่านอนให้คอตรงไม่ก้มหรือเงยเกินไป
  3. ขณะมีการกลั้นหายใจ  ควรกระตุ้นโดยการเขี่ยหรือเขย่าที่ใบหน้าหรือลำตัว ถ้ากลั้นหายใจบ่อยๆ  รายงานให้แพทย์ทราบ
  4. ดูแลให้ได้รับยา Theophylline ตามแผนการรักษาเพื่อลดอัตราการเกิดภาวะ Apnea
  5. ดูแลให้ได้รับออกซิเจนตามแผนการรักษา
  6. ดูให้ความอบอุ่นแก่ทารก ป้องกันการเกิด cold stress
  7. ให้ทารกได้พัก หลีกเลี่ยงการจับต้องทารกเกินความจำเป็น (over handling)

About รศ. มาลี เอื้ออำนวย, Assist. Prof. Nethong Namprom

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

Scroll To Top