Family centered care in NICU

การจัดให้มีการดูแลผู้ป่วยแบบครอบครัวเป็นศูนย์กลาง เป็นแนวคิดของหน่วยดูแลผู้ป่วยแรกเกิดที่ ทีมพยาบาลและทีมงานด้านอื่นๆยังขาดความเข้าใจเรื่อง การดูแลผู้ป่วยใน NICU แบบครอบครัวเป็นศูนย์กลาง นั่นคือเข้าใจความหมายทางคำพูดแต่ยังไม่สามารถปฏิบัติตามแนวคิดได้ ปกติทีมงานจะเห็นภาพตนเองเป็นผู้เชี่ยวชาญทุกด้านของการดูแลเด็กทารกแรกเกิด ขณะที่พ่อแม่ผู้ให้กำเนิดถูกกำหนดให้เป็นผู้สังเกตการณ์ ดังนั้นทีมงานอาจรู้สึกลำบากใจในการเปลี่ยนวิธีการทำงานแบบให้ครอบครัวของทารกมีส่วนร่วมในการดูแล ปัจจัยทางจิตวิทยาสิ่งแวดล้อมใน NICU ไม่สามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการดูแลทารกแบบครอบครัวเป็นศูนย์กลางได้ แสงที่สว่างจ้าและความอึกทึกของเสียง อุปกรณ์การช่วยชีวิต ทีมแพทย์-พยาบาลจะเน้นด้านการรักษาชีวิตเป็นหลัก มีผลต่อการส่งผ่านความรักความอบอุ่นผ่านการสัมผัสของพ่อแม่ไปยังทารกน้อยของพวกเขา


การดูแลทารกแบบครอบครัวเป็นศูนย์กลาง หมายถึง ระบบที่จัดการให้ครอบครัวของทารกเป็นส่วนสำคัญของการรักษาชีวิตทารกแรกเกิด ประกอบด้วย แนวทางการช่วยพยุงภาวะสุขภาพที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดสำหรับผู้รับผิดชอบดูแลชีวิตทารก ได้แก่ กระบวนการตัดสินใจ การควบคุมสถานการณ์โดยครอบครัว มีเป้าหมาย เพื่อให้ ครอบครัวทารกเป็นผู้ดูแลทารกผ่านกระบวนการที่ครอบคลุม ปลอดภัยและเสริมสร้างความศรัทธาในการให้ความไว้วางใจในกันและกันของผู้ร่วมรับผิดชอบดูแลชีวิตและสุขภาพทารกแต่ละรายนั้น

องค์ประกอบ 8 ประการ ของการดูแลทารกแบบครอบครัวเป็นศูนย์กลาง

  1. ครอบครัวคือผู้ดูแลรักษาชีวิตทารก
  2. ครอบครัวและทีมพยาบาลต้องร่วมมือกัน
  3. ต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับสภาวะสุขภาพของทารกอย่างละเอียด
  4. ทีมงานผู้เชี่ยวชาญต้องมีความรู้ด้านความหลากหลายทางวัฒนธรรมของแต่ละครอบครัว ระดับความเข้มแข็งและระดับความเป็นส่วนตัวของครอบครัวทารก
  5. ทีมงานต้องสังเกตวิธีแก้ปัญหาของครอบครัวทารกและต้องมีนโยบายและโปรแกรมอบรมที่ครอบคลุมชัดเจนเป็นประโยชน์ต่อครอบครัวเหล่านั้น
  6. การสร้างเครือข่ายความร่วมมือของแต่ละครอบครัวที่มาดูแลทารกนั้นมีคุณค่ามาก
  7. การให้บริการและการรองรับของโรงพยาบาล การให้ความร่วมมือของครอบครัว และการเข้ามามีส่วนร่วมของชุมชนนั้นต้องสัมพันธ์และเป็นเหมือนเชือกสามเกลียวที่ผูกพันกันไว้เป็นหนึ่ง
  8. การดูแลทารกแบบครอบครัวเป็นศูนย์กลางจะให้ความสำคัญกับความเป็นครอบครัวมากที่สุด

ครอบครัวมีสิทธิ์ที่จะแจ้งโรงพยาบาลให้การรักษาแบบฉุกเฉิน กรณีที่อัตราป่วยจนเสียชีวิตมีตัวเลขสูง (เช่น จากสภาพการย่อยอาหารผิดปกติในทารกอายุ 23 – 24 สัปดาห์) ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ควรได้รับทราบข้อมูลผลการให้การรักษาพยาบาลแต่ละวิธี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดอาการบาดเจ็บในทารก นอกจากนี้ต้องให้เกิดความมั่นใจในการรักษาความปลอดภัยของชีวิตทารกและประสิทธิภาพในการรักษาพยาบาล อีกทั้งการมีส่วนร่วมของครอบครัวทารก ต้องถูกระบุในนโยบายของโรงพยาบาลและโปรแกรมฝึกอบรมต่างๆ ส่วนการดูแลสุขภาพระยะยาวนั้นต้องมีการระบุกำหนดระยะเวลาต่างๆ ชัดเจน รวมถึงต้องแจ้งครอบครัวล่วงหน้าถึงภาวะความเสี่ยงต่างๆในการรักษาพยาบาลในบางกรณี(ว่าค่อนข้างอันตรายต่อชีวิตทารกมากกว่าช่วยทารกให้ปลอดภัย) อีกทั้งกรณีทารกมีแนวโน้มพิการต้องมีมาตรการรองรับระยะยาวชัดเจน

About Supan

พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ หอผู้ป่วยหนักทารกแรกเกิดโรงพยาบาลนครพิงค์

Comments are closed.

Scroll To Top