| ร่วมกิจกรรมกับเรา... |
|
การพยาบาลทารกคลอดก่อนกำหนด
1. การควบคุมอุณหภูมิของร่างกายให้อยู่ในระดับปกติ (36.5 - 37.5 ํซ.)
-
ศูนย์ควบคุมความร้อนในสมองส่วน Hypothalamus ยังทำหน้าที่ไม่สมบูรณ์
-
พื้นที่ผิวของร่างกายมากเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัว, ไขมันใต้ผิวหนังมีน้อย ทำให้สูญเสียความร้อนออกจากร่างกายได้ง่าย
-
ร่างกายผลิตความร้อนได้น้อย จากไขมันสีน้ำตาล (Brown fat) มีน้อย พัฒนาการกล้ามเนื้อไม่ดีจึงมีการเคลื่อนไหวน้อย การสะสมของไกลโคเจนที่ตับน้อย ไม่มีการสั่นของกล้ามเนื้อ (shivering)
-
ต่อมเหงื่อไม่เจริญจึงระบายความร้อนออกทางผิวหนังไม่ได้
-
การมีอุณหภูมิร่างกายต่ำมากๆ "Cold stress" จะทำให้ เกิดภาวะแทรกซ้อน ที่สำคัญ ได้แก่ Hypoxia, Hypoglycemia, Metabolic acidosis, PFC, Right to left shunt, Intraventricular hemorrhage (IVH) เป็นต้น

การช่วยฟื้นชีวิตทารกและทารกแรกเกิด
การช่วยฟื้นชีวิตทารกและทารกแรกเกิด บทนำ
การเจริญเติบโตการเจริญเติบโต พัฒนาการและการสร้างเสริมสุขภาพทารกแรกเกิด เนตรทอง นามพรม การดูแลทารกแรกเกิดที่ไม่เจ็บป่วย เช่น ทารกที่รอกลับบ้านพร้อมแม่หลังคลอด เพื่อไม่ให้ทารกเจ็บป่วย ไม่อยู่โรงพยาบาลนาน ไม่เพิ่มค่าใช้จ่ายของการรักษาจากการเกิดโรคแทรกซ้อน จากความบกพร่องของการดูแลนั้น ต้องใช้หลักการสร้างเสริมสุขภาพ โดยหลักการดูแลต้องมุ่งที่การป้องกันการเจ็บป่วย โดยปฏิบัติตามหลักการดูแลทารกแรกเกิดอย่างครบถ้วนและเคร่งครัด ซึ่งพยาบาลที่ดูแลทารกจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับลักษณะและสรีรวิทยาของทารกแรกเกิด เพราะช่วงนี้เป็นช่วงสำคัญของชีวิต เนื่องจากเป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยามาก จากการที่ทารกพึ่งพามารดาขณะอยู่ในครรภ์มาเป็นพึ่งพาตัวเองนอกครรภ์มารดา ทำให้อัตราการเจ็บป่วยและอัตราการตายของทารกในระยะนี้สูงกว่าเด็กวัยอื่นๆ
การดูแลทารกที่ได้รับการรักษาด้วยการส่องไฟการดูแลทารกที่ได้รับการรักษาด้วยการส่องไฟ บทนำ
ทารกแรกเกิดส่วนใหญ่จะได้รับการดูแลอยู่ในหอผู้ป่วยทารกแรกเกิดเป็นเวลา 24 – 72 ชั่วโมงก่อนที่มารดาจะนำทารกกลับไปเลี้ยงดูที่บ้านเพื่อประเมินร่างกายและสังเกตอาการ ซึ่งพบว่าทารกแรกเกิดบางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยคือ ภาวะตัวเหลือง (Jaundice) หรือดีซ่าน ซึ่งภาวะดังกล่าวเกิดจาก ร่างกายทารกมีสารกลุ่มบิลิรูบิน (bilirubin)สูงขึ้นมากกว่าปกติ โดยในผู้ใหญ่ภาวะดีซ่านเป็นภาวะที่ผิดปกติเสมอแต่ในทารกแรกเกิดหลังคลอดใหม่ๆ โดยเฉพาะในสัปดาห์แรก ภาวะตัวเหลืองถือเป็นภาวะปกติทางสรีรวิทยาซึ่งเกิดขึ้นกับทารกแรกเกิดเกือบทุกคน โดยมีปัจจัยที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ทารกมีภาวะตัวเหลืองได้แก่ มารดาเป็นโรคเบาหวาน มารดาได้รับยา oxytocin ในระหว่างการคลอด มารดาที่ได้รับยาสลบขณะคลอด มารดาและทารกมีเลือดไม่เข้ากัน (ABO incompatibility) ทารกบางรายที่ได้รับนมมารดา ทารกเพศชายโดยเฉพาะในแถบเอเชีย ทารกแรกเกิดที่มีรอยจ้ำเลือดหรือ cephalhematoma ทารกที่ได้รับน้ำนมน้อย ทารกที่คลอดโดยวิธีผ่าตัดออกทางหน้าท้อง ทารกคลอดก่อนกำหนดและมีความสามารถในการดูดกลืนไม่ดีและทารกที่ในครอบครัวมีประวัติการเกิดตัวเหลือง ดังมีการแบ่งชนิดของการเกิดภาวะตัวเหลืองไว้ดังนี้
G6PD Deficiencyภาวะพร่องเอนซัยด์ จีซิกพีดี หรือ G6PD Deficiency G6PD Deficiency (Glucose-6-Phosphate Dehydrogenase deficiency) เป็นภาวะพร่องเอนซัยด์ G6PD ที่พบบ่อยในมนุษย์ มีประชากรประมาณ 400 ล้านคนทั่วโลก ที่มีภาวะนี้
Dim lights
ภาวะนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อ โรคแพ้ถั่วปากอ้า(Favism) G6PD Deficiency มีการถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ผ่านทางโครโมโซมเอกซ์ (X-linked recessive fashion) ทำให้มีผลกระทบต่อเพศชายมากกว่าเพศหญิง การวินิจฉัยโรคนี้ใช้การตรวจสอบทางพันธุกรรม สิ่งสำคัญคือ ถ้าคุณมีภาวะนี้ เมื่อไม่สบายคุณจะต้องบอกแพทย์ พยาบาล หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องในทีมสุขภาพ เพื่อจะได้ระมัดระวังในการใช้ยารักษา
|
CMNB.ORG เป็นเวบไซด์ที่ตั้งขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับมารดาและทารกแรกเกิด CMNB.ORG เป็นเวบไซด์อิสระที่บริหารโดย ทีมอาจารย์จาก กลุ่มกระบวนวิชาการพยาบาลกุมารเวชศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
CMNB.ORG เป็นเวบไซด์ที่ไม่แสวงหากำไร และมุ่งหมายที่จะเผยแพร่ความรู้และข่าวสารสู่สาธารณะ นอกจากนั้น เรายังเป็นตัวกลางในการจัดกิจกรรมสำหรับเด็กป่วยในโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ในหลายกิจกรรม เช่น กิจกรรม Play day วันเด็ก เป็นต้น











