เกี่ยวกับเรา...

cmnb badges CMNB.ORG เป็นเวบไซด์ที่ตั้งขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับมารดาและทารกแรกเกิด CMNB.ORG เป็นเวบไซด์อิสระที่บริหารโดย ทีมอาจารย์จาก กลุ่มกระบวนวิชาการพยาบาลกุมารเวชศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ผู้สนับสนุน...
หน้าบ้าน Newborn Sick newborn “Family centered care in NICU"

“Family centered care in NICU"

User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 

"Family centered care in NICU"

สุพรรณ วงค์ตัน
พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ
หอผู้ป่วยหนักทารกแรกเกิดโรงพยาบาลนครพิงค์


                     การจัดให้มีการดูแลผู้ป่วยแบบครอบครัวเป็นศูนย์กลาง เป็นแนวคิดของหน่วยดูแลผู้ป่วยแรกเกิดที่ ทีมพยาบาลและทีมงานด้านอื่นๆยังขาดความเข้าใจเรื่อง การดูแลผู้ป่วยใน NICU แบบครอบครัวเป็นศูนย์กลาง นั่นคือเข้าใจความหมายทางคำพูดแต่ยังไม่สามารถปฏิบัติตามแนวคิดได้ ปกติทีมงานจะเห็นภาพตนเองเป็นผู้เชี่ยวชาญทุกด้านของการดูแลเด็กทารกแรกเกิด ขณะที่พ่อแม่ผู้ให้กำเนิดถูกกำหนดให้เป็นผู้สังเกตการณ์ ดังนั้นทีมงานอาจรู้สึกลำบากใจในการเปลี่ยนวิธีการทำงานแบบให้ครอบครัวของทารกมีส่วนร่วมในการดูแล ปัจจัยทางจิตวิทยาสิ่งแวดล้อมใน NICU ไม่สามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการดูแลทารกแบบครอบครัวเป็นศูนย์กลางได้ แสงที่สว่างจ้าและความอึกทึกของเสียง อุปกรณ์การช่วยชีวิต ทีมแพทย์-พยาบาลจะเน้นด้านการรักษาชีวิตเป็นหลัก มีผลต่อการส่งผ่านความรักความอบอุ่นผ่านการสัมผัสของพ่อแม่ไปยังทารกน้อยของพวกเขา

การดูแลทารกแบบครอบครัวเป็นศูนย์กลาง หมายถึง ระบบที่จัดการให้ครอบครัวของทารกเป็นส่วนสำคัญของการรักษาชีวิตทารกแรกเกิด ประกอบด้วย แนวทางการช่วยพยุงภาวะสุขภาพที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดสำหรับผู้รับผิดชอบดูแลชีวิตทารก ได้แก่ กระบวนการตัดสินใจ การควบคุมสถานการณ์โดยครอบครัว มีเป้าหมาย เพื่อให้ ครอบครัวทารกเป็นผู้ดูแลทารกผ่านกระบวนการที่ครอบคลุม ปลอดภัยและเสริมสร้างความศรัทธาในการให้ความไว้วางใจในกันและกันของผู้ร่วมรับผิดชอบดูแลชีวิตและสุขภาพทารกแต่ละรายนั้น

องค์ประกอบ 8 ประการ ของการดูแลทารกแบบครอบครัวเป็นศูนย์กลาง

1. ครอบครัวคือผู้ดูแลรักษาชีวิตทารก

2. ครอบครัวและทีมพยาบาลต้องร่วมมือกัน

3. ต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับสภาวะสุขภาพของทารกอย่างละเอียด

4. ทีมงานผู้เชี่ยวชาญต้องมีความรู้ด้านความหลากหลายทางวัฒนธรรมของแต่ละครอบครัว ระดับความเข้มแข็งและระดับความเป็นส่วนตัวของครอบครัวทารก

5. ทีมงานต้องสังเกตวิธีแก้ปัญหาของครอบครัวทารกและต้องมีนโยบายและโปรแกรมอบรมที่ครอบคลุมชัดเจนเป็นประโยชน์ต่อครอบครัวเหล่านั้น

6. การสร้างเครือข่ายความร่วมมือของแต่ละครอบครัวที่มาดูแลทารกนั้นมีคุณค่ามาก

7. การให้บริการและการรองรับของโรงพยาบาล การให้ความร่วมมือของครอบครัว และการเข้ามามีส่วนร่วมของชุมชนนั้นต้องสัมพันธ์และเป็นเหมือนเชือกสามเกลียวที่ผูกพันกันไว้เป็นหนึ่ง

8. การดูแลทารกแบบครอบครัวเป็นศูนย์กลางจะให้ความสำคัญกับความเป็นครอบครัวมากที่สุด

                         ครอบครัวมีสิทธิ์ที่จะแจ้งโรงพยาบาลให้การรักษาแบบฉุกเฉิน กรณีที่อัตราป่วยจนเสียชีวิตมีตัวเลขสูง (เช่น จากสภาพการย่อยอาหารผิดปกติในทารกอายุ 23 – 24 สัปดาห์) ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ควรได้รับทราบข้อมูลผลการให้การรักษาพยาบาลแต่ละวิธี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดอาการบาดเจ็บในทารก นอกจากนี้ต้องให้เกิดความมั่นใจในการรักษาความปลอดภัยของชีวิตทารกและประสิทธิภาพในการรักษาพยาบาล อีกทั้งการมีส่วนร่วมของครอบครัวทารก ต้องถูกระบุในนโยบายของโรงพยาบาลและโปรแกรมฝึกอบรมต่างๆ ส่วนการดูแลสุขภาพระยะยาวนั้นต้องมีการระบุกำหนดระยะเวลาต่างๆ ชัดเจน รวมถึงต้องแจ้งครอบครัวล่วงหน้าถึงภาวะความเสี่ยงต่างๆในการรักษาพยาบาลในบางกรณี(ว่าค่อนข้างอันตรายต่อชีวิตทารกมากกว่าช่วยทารกให้ปลอดภัย) อีกทั้งกรณีทารกมีแนวโน้มพิการต้องมีมาตรการรองรับระยะยาวชัดเจน

การนำปรัชญาไปสู่การปฏิบัติ

                 พ่อและแม่ของทารกที่ป่วยจะขาดโอกาสในการใกล้ชิดถ่ายทอดความรักความอบอุ่นให้กับทารกน้อยที่เพิ่งถือกำเนิด ต่างจากทารกที่สุขภาพแข็งแรง ซึ่งพ่อแม่เหล่านั้นล้วนตั้งตารอคอยจะได้อุ้มบุตรของพวกเขาขณะที่ความช่วยเหลือด้านการแพทย์จะรักษาชีวิตของทารกน้อย สายใยของพ่อแม่ทารกและสมาชิกคนอื่นๆในครอบครัวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเจริญวัยของหนูน้อยพ่อแม่อาจรู้สึกกังวลเมื่อพบว่า ลูกป่วย ทีมงานรักษาพยาบาลควรให้ความเข้าใจและสร้างความไว้วางใจเพื่อให้ครอบครัว คลายความกังวลใจ

ขั้นแรก พ่อแม่ควรได้ปลดปล่อยความเศร้าผ่านการใกล้ชิดหนูน้อย เมื่อพบว่าทารกไม่แข็งแรงอย่างที่พวกเขาวาดหวัง เพื่อให้ครอบครัวเชื่อมสายใยความรักเข้าด้วยกัน ทีมพยาบาลต้องมีส่วนช่วยเหลือครอบครัวให้สามารถพบบรรยากาศเช่นนี้

หน่วย NICU ได้ใช้หลากหลายวิธีในการช่วยให้พ่อแม่ได้ทำหน้าที่ของตนอย่างแท้จริง พ่อแม่จะต้องเข้ารับการปฐมนิเทศ และรับทราบข้อมูลส่วนและปฏิบัติตาม ทีมงานจะแนะนำพ่อแม่ให้ตั้งชื่อทารกในทันทีและเข้าไปสัมผัสโอบกอดทารก เนื่องจากทารกสามารถรับรู้สัมผัสแห่งความรักลักษณะดังกล่าวได้แล้ว การสัมผัสแบบ Kangaroo จะปลอบโยนจิตใจทั้งต่อทารกและพ่อแม่เมื่อทารกต้องเริ่มรับการรักษา นอกจากนี้การให้พ่อแม่มีส่วนช่วยในการดูสัญญาณการตอบสนองของร่างกาย เช่น ทีมงานสอนให้ดูสัญญาณ time-out และสัญญาณการมีปฏิกิริยาตอบสนอง การสอนสิ่งเหล่านี้จะก่อการให้การดูแลรักษาอย่างละเอียดอ่อนแก่ทารกที่นอนป่วย อีกทั้งเป็นส่วนประกอบที่สมบูรณ์แบบสำหรับช่วยให้ครอบครัวปฏิบัติต่อทารกได้เหมาะสม แนวคิดนี้ ได้รับการรับรองผ่านคณะกรรมการรับรองการดูแลเพื่อส่งเสริม developmental care

ทีมงานที่รับผิดชอบ จะต้องช่วยประสานกับครอบครัวและสำรวจความคิดเห็นของครอบครัวต่างๆ ว่าตรงสอดคล้องกับแนวคิดของ NICU หรือไม่ เนื่องจากบางครั้งแนวคิดในการให้บริการลักษณะเช่นนี้ไม่ช่วยครอบครัวของทารกเลย ทีมงานจึงต้องลงไปช่วยดูแลจริงจัง NICU จึงวางนโยบายเปิดให้ครอบครัวสามารถเชิญญาติๆ หรือบุคคลคุ้นเคยมาเยี่ยมไข้ทารกได้ (แต่งดเว้นพี่น้องที่อายุน้อยของทารกเพื่อป้องกันการติดเชื้อ)

           ดังนั้นแทนที่จะปฏิบัติงานแบบทำทุกอย่างให้ทารก ทีมงานต้องลงไปช่วยครอบครัวให้ทำหน้าที่นั้นแทน ซึ่งต้องมั่นใจว่าการตัดสินใจในการปฏิบัติต่อทารกแต่ละเรื่องนั้นในรายละเอียดประกอบด้วยอะไรบ้าง ซึ่งเมื่อครอบครัวทารกประสงค์ใช้สิทธิ์ในการการรับการรักษาอย่างไร ทีมรักษาพยาบาลต้องรองรับความประสงค์นั้น

             NICU ได้จัดทำเอกสารแนะนำพ่อแม่ทารก การริเริ่มลักษณะนี้ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่น และความรอบคอบในการตัดสินใจในสิ่งต่างๆของทั้งครอบครัวและทีมงาน กรณีข้อมูลที่ต้องปกปิด ทีมงานจะเชิญครอบครัวของทารกมาทีละครอบครัว เพื่อพูดคุยเป็นส่วนตัว แสดงให้เห็นว่าเพียงการวางแผนอีกเพียงเล็กน้อย ปัญหาก็ผ่านพ้นไปได้

            การแลกเปลี่ยนข่าวสารข้อมูลที่สมบูรณ์และตรงไปตรงมาระหว่างครอบครัวและทีมงานเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของการดูแลผู้ป่วยทารกแบบครอบครัวเป็นศูนย์กลาง กล่าวคือ พ่อแม่ต้องได้รับข้อมูลอย่างละเอียดเกี่ยวกับสภาพร่างกายของผู้ป่วย ว่าบ่งถึงอาการอะไรและมีแนวโน้มจะเกิดอาการอย่างไรในอนาคต ซึ่งเมื่อพ่อแม่ต้องอ่านข้อมูลทางการแพทย์ดังกล่าวจะสามารถเข้าใจได้ง่าย ต้องมีการให้คำตอบที่ชัดเจนแก่พ่อแม่ (เช่นในทารกในครรภ์ที่อายุ 23-24 สัปดาห์) ทั้งความเสี่ยง ข้อผลประโยชน์และสิทธิในการตัดสินใจรับการรักษาพยาบาลต่างๆ

             พ่อแม่มีสิทธิ์สอบถามความมีมาตรฐานของการให้การรักษาพยาบาลด้วย ทีมงานต้องมีจิตบริการต่อพ่อแม่ของทารก ไม่มองเป็นภาระในการตอบคำถามและให้ความช่วยเหลือ ด้านทีมพยาบาลต้องอธิบายข้อมูลเกี่ยวกับทารกอย่างละเอียด หากพ่อแม่ทารกไม่ได้รับข้อมูลเพียงพอจะเกิดภาวะความไม่ไว้วางใจ ต่อทีมงาน และอาจนำสู่การรายงานข้อมูลต่อๆไปอย่างผิดพลาด NICU ได้พยายามนัดประชุมอย่างพร้อมเพรียงเป็นระเบียบแบบแผน ประกอบด้วยทีมงานทั้งหมดและครอบครัวของทารกเพื่อให้เกิดการร่วมกระบวนการให้การรักษาอย่างเกิดผลสูงสุด

             นอกจากนี้ นโยบาย โปรแกรมฝึกหัด ที่สะท้อนถึงการเตรียมการรองรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมของครอบครัว ความเป็นปึกแผ่น ความเป็นเอกเทศ ล้วนเป็นประเด็นสำคัญด้วยเช่นกัน ดังตัวอย่างเช่น ชาวอะบอริจิน เป็นคนไข้หลักของ NICU จึงจัดสัมมนา 2 วันติดต่อกันเพื่อทำความเข้าใจและแสดงถึงการให้เกียรติแก่ชนเผ่าดังกล่าว แม้ไม่อาจตอบสนองความต้องการของชนทุกเผ่าแต่ก็ช่วยกระตุ้นทีมงานให้คำนึงถึงความแตกต่างของวัฒนธรรมของครอบครัวต่างๆได้ ความเปราะบางทางวัฒนธรรมที่ต้องคำนึงรวมไปถึงการรับรู้ถึงเอกลักษณ์ส่วนบุคคลของพวกเขาด้วย นั่นคือ ไม่ได้หมายความว่าสมาชิกของชนเผ่าจะต้องมีแบบฉบับเดียวเหมือนในสารคดีทั่วไป

                การให้ความสำคัญและเคารพต่อความแตกต่างในประเด็น ชนชั้นสังคม การศึกษา อารมณ์ สภาพแวดล้อมและสังคมที่อยู่ ความเชื่อและภาวะการเงิน ของครอบครัวทารก ซึ่ง NICU ได้จัดห้องสมุดสำหรับพ่อแม่ เพื่อให้ทีมงานคอยให้คำตอบและข้อมูลเกี่ยวกับทารกน้อย การให้การพยาบาลเบื้องต้นเช่นนี้ ช่วยให้พ่อแม่รู้สึกเบาใจเนื่องจากสามารถปรึกษาได้ตามต้องการมีความกังวลกลุ้มใจต่างๆ รวมถึงปัญหาค่าใช้จ่ายในการรักษาด้วย นอกจากนี้ยังมีกรรมการผู้ ทำหน้าที่ให้คำแนะนำแก่พ่อแม่กรณีทีมงานไม่สะดวกให้บริการด้วย

             การให้การรักษาแบบครอบครัวเป็นศูนย์กลางนี้ยังให้ความสำคัญกับการกระตุ้นและการอำนวยความสะดวกแก่ครอบครัวด้วย เช่น ครอบครัว สู่ ครอบครัว เป็นการแสดงน้ำใจไมตรีระหว่างพ่อแม่ของทารกเพื่อให้กำลังใจ คลายความเครียด หรืออาจช่วยกันแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารต่อกัน เนื่องจากพ่อแม่ของผู้ป่วยมักมีความคิดว่า "เค้าเคยมารับบริการที่นี่แล้ว" จะรู้สึกว่าทุกอย่างที่เกิดกับบุตรของตนก็จะผ่านพ้นไปด้วยดีเช่นกัน

สิ่งสำคัญอีก 1 ประการหนึ่ง คือ ความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการต่างๆ ที่โรงพยาบาล ที่บ้านและชุมชนที่อยู่ ต้องตอบสนองต่อความต้องการของพ่อแม่ผู้ป่วยได้ เนื่องจากบางครอบครัวต้องเผชิญกับภาวะความกดดันอันเนื่องจากต้องกลับไปดูแลบุตรที่ป่วยที่บ้านต่อจากการรับการรักษาที่โรงพยาบาล ดังนั้นโปรแกรมติดตามผลการรักษาพยาบาลและการที่ชุมชนเข้าไปประสานต่อนั้นสำคัญมาก การวางแผนเป็นระเบียบขั้นตอนเช่นนี้ ช่วยลดภาระของครอบครัวผู้ป่วยได้มาก

สุดท้ายคือ การให้ความสำคัญต่อความเป็นครอบครัว และความเป็นทารกอย่างแท้จริง พวกเขาแต่ละคนในครอบครัวมีความแตกต่างในเรื่องความแข็งแรงของร่างกาย ความคิดกังวล อารมณ์ แรงบันดาลใจ ภายใต้ความต้องการรับการดูแลให้การบริการด้านสุขภาพ เมื่อต้องกลับบ้าน NICU ได้ให้การบริการด้านการปรับตัวแก่ครอบครัว พ่อแม่อาจกังวัลอย่างไร้สาเหตุว่าตนเองควรใช้ชีวิตอย่างไรเมื่ออยู่ที่บ้าน การให้ข้อมูลเพื่อเตรียมตัวข้างต้น ท้ายที่สุดช่วยให้ผลการรักษาทารกเป็นไปอย่างดีที่สุด.

        ซึ่งโดยสรุปแล้ว การนำปรัชญา การยึดหลักครอบครัวเป็นศูนย์กลางไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมได้นั้น ต้องมีการทำความเข้าใจในองค์ประกอบ 8 ด้านดังกล่าวอย่างถ่องแท้เสียก่อน

สรุปเนื้อหาจาก Beveridge J., Bodnaryk, K., & Ramachandran, C., (2001). family centered care in the NICU . Canadian nurse, 97(3), 14-19.

ประเด็นการ Discussion เกี่ยวกับ Family center care

คำถาม: ปัจจุบันยังเข้าใจความหมายของคำว่า " ครอบครัว"ไม่แน่ชัดว่าเป็นเพียงบิดา มารดาเท่านั้น หรือรวมญาติคนอื่นๆด้วย

ความคิดเห็นของกลุ่ม:

สรุปได้ว่า Family center care ไม่ได้หมายถึงพ่อหรือแม่เท่านั้น แต่รวมถึงญาติพี่น้องหรือสมาชิกในครอบครัว เช่น พี่ ปู่ ย่า ตายาย น้า อาลุง หรือบุคคลที่มีผลต่อการดำรงชีวิตหรือการตัดสินใจของบิดา มารดาหรือทารก เพราะบางครั้ง ทารกที่เกิดใหม่อาจมีความหมายต่อบุคคลเหล่านั้นอย่างมาก เช่น มีตัวอย่าง case ว่า มียายคนหนึ่งมารอเพื่อเยี่ยมหลานที่เกิดแล้วป่วยใน NICU ต้องเดินทางมาไกลต่างจังหวัดเป็นเวลา 1 วันกว่าจะได้เยี่ยมและในเด็กโต เพื่อนก็สำคัญที่สุดของเขา เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลรักษา อย่างน้อยก็เป็นสิ่งที่นำมาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นสิ่งที่มีชีวิตเสมอไป อาจจะเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยชอบหรือผูกพัน ได้แก่ ตุ๊กตา รูปภาพเป็นต้น ดังนั้นบทบาทของพยาบาลอีกด้านหนึ่งในแนวคิดของ FCC คือ ต้องค้นหาว่า บุคคลหลัก ( key persons) ที่สำคัญต่อบิดา มารดาหรือทารกคือใคร เพื่อจะได้วางแผนการมีส่วนร่วมในการดูแลทารกร่วมกัน และยังไม่มีหน่วยงานไหนได้ดำเนินการจัดระบบ FCC อย่างเป็นรูปธรรม

คำถาม: ความคิดเห็นต่อนโยบายของแต่ละแห่ง

ความคิดเห็นของกลุ่ม:

สรุปได้ว่า ที่ผ่านมา นโยบายเรื่อง FCC ยังไม่ชัดเจน ในการเข้าเยี่ยม เช่นบางครั้ง บางเวร จำกัดให้เพียงพ่อและแม่เป็นผู้เข้าเยี่ยมบุตรเท่านั้น ในขณะที่ปู่ย่าตายายไม่ได้รับการยอมรับ โดยให้ข้อจำกัดว่า หากมีคนเข้าเยี่ยมเป็นจำนวนมาก จะทำให้เด็กเกิดการติดเชื้อหรือเป็นแหล่งเพาะเชื้อได้ และควรมีการยืดหยุ่นในการบริหารการจัดการต่างๆ ในหน่วยงานเพื่อสนองต่อความต้องการของพ่อแม่ และญาติของทารกได้ เช่น กรณีญาติที่อยู่ต่างจังหวัด มาติดต่อขอเยี่ยมบุตรหลานนอกเวลาที่กำหนดไว้ ก็จะอนุญาตให้เข้าเยี่ยมได้ตามความเหมาะสม

การจะนำหลักการ FCC มาใช้ ต้องมีการพูดคุยปรึกษากันระหว่างทีมสหสาขาวิชาชีพ เพื่อตกลงนโยบายที่ชัดเจน

การจำกัดบุคคลเข้าเยี่ยม และให้เหตุผลว่า ญาติเข้าเยี่ยมไม่ได้ เพราะจะทำให้ทารกติดเชื้อจากญาติ หรือตัวญาติเองเป็นแหล่งเพาะเชื้อ เราไม่สามารถพิสูจน์ได้ นอกจากว่าจะมาเก็บรวบรวมเป็นข้อมูลหลักฐานว่าเป็นเหตุผลที่สมเหตุสมผลหรือไม่

คำถาม: ความคิดเห็นต่อการปรับเปลี่ยนหรือสร้างความเข้าใจในเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการให้ความสำคัญของครอบครัว, ครอบครัวคือผู้ดูแลรักษาชีวิตทารก, ครอบครัวและทีมพยาบาลต้องร่วมมือกันต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับสภาวะสุขภาพของทารกอย่างละเอียด

ความคิดเห็นของกลุ่ม: ต้องมีเจ้าภาพที่จะประสานงานทั้งหมดเพราะบุคลากรที่ดูแลทารกมีหลายสาขาอาชีพ พยาบาลประจำการไม่ค่อยมีเวลา การก่อตั้งทีม FCC ในหน่วยงาน จะต้องมีแพทย์และพยาบาล แต่พยาบาลควรมีส่วนสำคัญในการตั้งทีม FCC เพราะอย่างน้อยก็เป็นผู้ดูแลทารกตลอด 24 ชั่วโมง การตั้งทีมโดยพยาบาลอย่างเดียวไม่น่าจะเป็นไปได้ ควรจะมีสหสาขาวิชาชีพร่วมด้วย เนื่องจากหากมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น แพทย์และเจ้าหน้าที่อื่นอาจไม่รับผิดชอบร่วม

เจ้าภาพที่จะประสานงานควรเป็นบุคคลที่ Authority ในการตัดสินใจ และสามารถนำพาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ เช่น การพัฒนาแบบฟอร์ม FCC เพื่อสื่อสารให้ทีมสามารถติดตามความก้าวหน้า การจัดโปรแกรมอบรมที่ครอบคลุมชัดเจนเป็นประโยชน์ต่อครอบครัว

ในบางรายที่ต้องอาศัยการจัดการมากน่าจะมีการจัดรูปแบบการดูแลแบบพยาบาลรายกรณี เพื่อจะได้ลดความหลากหลายของพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยและเกิดความสัมพันธ์ที่ดีของญาติกับพยาบาล

คำถาม: ความคิดเห็นต่อ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือของแต่ละครอบครัว (Parent support group)

ความคิดเห็นของกลุ่ม: เป็นส่วนหนึ่งของ FCC ที่น่าส่งเสริมให้นำไปปฏิบัติในหน่วยงาน เพราะนอกจาก จะเป็นที่สนใจของทีมสหสาขาวิชาชีพแล้ว ใน NICU ยังมีมารดานอนในโรงพยาบาลเพื่อให้น้ำนมหลายราย แต่ผู้ที่จะนำไปใช้ต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการทำ Parent support group อาจต้องอบรมเพิ่มเติม เพราะแนวคิดคือต้องให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของครอบครัวที่มีบุตรเคยป่วยใน NICU และกำลังป่วย ได้สื่อสารกัน แก้ไขปัญหาร่วมกัน หรือการลดความวิตกกังวลต่างๆจากความคิดเห็นของกลุ่ม

คำถาม: ความคิดเห็น ต่อความร่วมมือของครอบครัว และการเข้ามามีส่วนร่วมของชุมชน

ความคิดเห็นของกลุ่ม: ค่อนข้างจะเป็นไปได้ยาก เนื่องจากในโรงพยาบาลแต่ละแห่งมีหน่วยงาน
ที่รับผิดชอบในการเชื่อมต่อชุมชนอยู่แล้ว แต่หน่วยงานดังกล่าว ยังไม่ได้เชื่อมต่อทั้งแนวคิดและการปฏิบัติกับหน่วยงาน NICU อย่างชัดเจนมากนัก และหน่วยงาน NICU ก็ไม่ได้ติดตาม case ระยะยาว หากเป็นไปได้จะเกิดผลดีมากเนื่องจากในNICU ได้สร้างสัมพันธภาพกับครอบครัวของทารกมาตั้งแต่แรกเกิด แต่หน่วยงานที่รับผิดชอบติดตามผู้ป่วยกลับไม่มีสัมพัธภาพนั้น เพื่อป้องกันการกลับเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลซ้ำ

สรุปแล้ว ความเป็นไปได้ในการนำไปใช้ ต้องมีทีมหรือเจ้าภาพในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับครอบครัว เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย ผู้ปฏิบัติงานทุกระดับควรมีความเข้าใจในกระบวนการของ FCC และ องค์ประกอบ 8 ประการของการดูแลทารกแบบครอบครัวเป็นศูนย์กลาง และควรจัดระบบ FCC เข้าไปอยู่ในงานประจำ

 

 
Who's online
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้179
mod_vvisit_counterเมื่อวาน625
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้2036
mod_vvisit_counterสัปดาห์ก่อน1966
mod_vvisit_counterเดือนนี้3221
mod_vvisit_counterเดือนก่อน8425
mod_vvisit_counterรวม689855

We have: 4 guests, 4 bots online
Your IP: 38.107.191.109
 
OS:
Today: ก.ย. 09, 2010